[Fic] Love Actually! 8.5

posted on 01 May 2012 23:13 by jifutsu  in LoveActually

8.5   ชอง ยุนโฮ

 

 

 

ตากลมโตของแจจุงกำลังจ้องมองผม สายตาคาดคั้นก้ำกึ่งเว้าวอนทำเอาหัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะยิ่งกว่าเก่า รู้ตัวบ้างมั้ยว่ากำลังทำหน้าน่าฟัดแค่ไหน ไอ้แจจุงเอ๊ย...

 

“กูทำอะไรมีเหตุผลเสมอ”

 

“งั้นก็ตอบกูมาสิ จูบกูทำไม”

 

ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง... ชั่งใจกับตัวเองว่าจะพูดหรือไม่ แต่พอเห็นใบหน้าขาวๆที่ดูอ้อนวอนซะเหลือเกินก็จำต้องยอมแพ้ ดูสิครับ คิ้วได้รูปนั่นห่อเข้าหากัน หางคิ้วตกนิดๆพอให้น่าสงสาร ดวงตากลมๆสั่นระริกดูหวั่นใจไม่น้อย หึ..แต่ก็ยังอยากที่จะรู้ และปากอิ่มแดงที่เม้มเข้าหากันเป็นระยะๆนั่นอีก ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าปากมึงน่ะจูบมากขนาดไหน...คิม แจจุง

 

กูน่ะอยากจับมาดูด...จูบ...กัด...ทุกวัน แต่ก็ติดตรงที่เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันจะมาทำแบบนั้นทุกวันได้ยังไงกัน... ไม่ใช่แฟนกันเสียหน่อย...

 

แฟน......

จริงสินะ......

 

เราจะเป็นเพื่อนกันไปทำไมล่ะ หืม?

 

“เพราะ...กู...”

 

 

 

 

“เฮ้!!!!! พี่แจจุงกลับมาแล้วเหรอ!!!!!!”

 

 

เสียงจากนรกครับ ไอ้เหี้ยยูชอนแม่งร้องทักเสียงดังอยู่ตรงประตูห้องนอนผม ทำเอาแจจุงรีบลุกขึ้นจากตัวผมอย่างเร็ว ห่าเอ้ย ไม่ได้ปิดประตูนี่เอง ไอ้น้องรักนี่ก็เสือกโผล่มาได้ถูกจังหวะจริงๆ แม่ง คนกำลังได้ฟีล

 

“พี่หายไปไหนมา โทรไปก็ไม่รับ” ไอ้ยูชอนเดินเข้ามาหาพี่แจจุงของมัน ไม่ได้รู้เล้ยว่ากำลังขัดจังหวะเค้าอยู่ (เชิญคนอ่านด่ามันตามอัธยาศัยเลยครับ)

 

“กูอยู่คอนโดฮยอนจุงมันน่ะ โทษทีไม่ได้รับโทรศัพท์” แจจุงตอบ มันเหลือบมองผมที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

 

“เมาอ่ะดิ” มันว่า เวลามันไปกับฮยอนจุงก็เมาซะส่วนใหญ่อ่ะครับ ไอ้ยูชอนรู้ดี เพราะมันก็ไปเมาด้วยกันบ่อยๆ

 

“นิดหน่อย ว่าแต่มึงทำไมเพิ่งกลับ สี่ทุ่มกว่าละ” แจจุงย้อนถามมันมั่ง คงไม่ได้เป็นห่วงหรอกครับ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงละ น่าจะอยากเปลี่ยนเรื่องมากกว่า

 

“ไปกินเนื้อย่างกับเพื่อนที่คณะมาพี่ โคตรอิ่ม จะออกตูดละเนี่ย”

 

“ไอ้เหี้ย อุบาทว์” แจจุงด่าพร้อมผลักหัว ไอ้ยูชอนหัวเราะก๊ากๆ ฝอยนู่นนี่อีกนิดหน่อยมันก็ออกไปจากห้องพวกผม ทำให้ตอนนี้เรากลับมาอยู่กันแค่สองคนอีกครั้ง แจจุงเดินไปนั่งลงบนเตียงตัวเอง แต่หันมามองหน้าผม ตากลมๆจ้องมาที่ผม ผมเองก็มองมันอยู่เหมือนกัน สีหน้ามันตอนนี้น่ารักชะมัด หน้าอยากรู้ของมันเนี่ย

 

และในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างออกมาอีกรอบนั้น เสียงโทรศัพท์เวรก็ดังขึ้นอีก ไม่ใช่ของผมด้วยครับ ของมันน่ะแหล่ะ ไอ้แจจุงดูลังเลนิดนึงแต่มันก็ลุกขึ้นไปหามือถือที่แผดเสียงอยู่ครับ มันเสียบปลั๊กชาร์จอยู่ที่ตรงประตูห้อง

 

“ฮัลโหล...ครับ” แจจุงรับสายด้วยคำพูดที่สุภาพกว่าปกติ แบบนี้ไม่ใช่เพื่อนแน่นอน อาจจะเป็นพ่อหรือแม่

“ตอนนี้อยู่ที่ห้องแล้วครับ” แต่ฟังๆดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่พ่อแม่ว่ะ งืม...

“ผมโอเคครับ ขอบคุณพี่ดองวุคมากนะครับที่เป็นห่วง”

 

ชื่อ พี่ดองวุค ที่ดังเข้าหูผมทำเอาหน้าตึงของขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้เหี้ยนั่นอีกละ จะมาเป็นห่วงอะไรวะ สัด แล้วไอ้แจจุง... ทำไมมึงต้องไปรับโทรศัพท์มันด้วย เห็นชื่อมันก็กดตัดสายไปสิวะ แล้วดูยังคุยต่ออีก มึงอยากให้กูโมโหใช่มั้ย แล้วยิ้มทำไม แม่ง เหี้ย คุยกับมันไปเลยนะมึง ห่าเอ้ย!

 

ผมลุกขึ้นจากเตียง กระแทกเท้าลงบนพื้นเสียงดังจนไอ้แจจุงที่ก้มคุยโทรศัพท์เงยมองอย่างตกใจ พอเห็นสายตาผมที่มองอย่างกับจะแดกหัวก็อึกอักขึ้นมาทันที อ้าปากจะพูดกับไอ้พี่ดองวุคดองแวกไรนั่นแต่เหมือนปลายสายยังคงพูดอะไรบางอย่างอยู่มันเลยไม่กล้าขัดขึ้น ผมจ้องหน้ามันอีกแป๊บนึงก็สะบัดหน้าหนี เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ

 

กูงอน!!!!!!

 

ผมอาบน้ำดับอารมณ์ตัวเองอยู่นาน รู้กันอยู่ใช่มั้ยครับว่าผมไม่ชอบไอ้พี่ดองวุคนั่น เหตุผลก็ไม่ต้องคิดเยอะคิดให้ยากเลย หึ ใครจะชอบคู่แข่งตัวเองล่ะครับ ก็อย่างที่คิดอย่างที่เดากันแหละครับ ผมดูเหมือนจะชอบแจจุงใช่มั้ยล่ะ? ซึ่งมันก็ใช่ครับ ผมชอบมัน ชอบมานานแล้วแต่มารู้ใจตัวเองก็ตอนเข้ามหาลัยปีหนึ่ง และเมื่อกี้ก็กะจะสภาพแล้วเพราะมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าใจเราคงจะตรงกัน แต่ก็โดนไอ้ยูชอนขัดรอบหนึ่ง โดนไอ้พี่ดองวุคขัดรอบสอง สาด กูไม่พูดแม่งละ อารมณ์เสีย จะพูดกูก็ต้องรวบรวมความกล้าเหมือนกันนะโว้ย แม่ง ไอ้พวกมารชีวิต! โกรธไอ้แจจุงที่ยิ้มหวานตอนคุยด้วย แถมตอนหนีผมยังเสือกไปอยู่บ้านมันอีก ถึงรู้ว่าที่ไปเพราะเป็นบ้านฮยอนจุงก็เหอะ แต่ไอ้พี่ดองวุคมันก็อยู่ด้วยอ่ะ แม่งยังจะไปอีก น่าโมโหมั้ยล่ะครับ ผมเป็นบ้าตามหามันทั้งคืน ไม่ได้กินไม่ได้นอน ห่วงมันสติจะแตก ดีนะตอนไปตามที่บ้านไม่เจอมันอยู่กับไอ้เชี่ยนั่น ผมอาจฟีลขาดต่อยหน้าคนก็เป็นได้ ถึงรู้ว่ามันไม่มีอะไรก็เหอะ

 

ก็ผมหวงของผมนี่!

 

ฮึ่ยยยย!!!!

 

.

 

.

 

ผมเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกจากห้องน้ำ พอเดินเข้าไปในห้องก็เจอแจจุงนั่งตาแป๋วรออยู่ เชอะ คิดว่าทำหน้าแบ๊วใส่จะได้ผลเรอะ หึหึหึ ผมโยนเสื้อผ้าลงในตะกร้า ก่อนเปิดตู้หยิบบ็อกเซอร์มาใส่ ตอนนอนขอนอนแบบโล่งๆสบายๆหน่อยน่ะครับ แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวก็พอ ถ้าเป็นแจจุงนี่จะต้องใส่กางเกงขายาวกับเสื้อกล้าม พูดถึงมัน มันก็เดินมาหาผมพร้อมกับไดร์เป่าผม

 

“เป่าผมให้” มันพูดเมื่อผมมองหน้ามันเป็นเชิงถามว่ามีไร

 

“ไม่ต้องอ่ะ” ผมส่ายหน้า ยกผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นเช็ดผมตัวเอง แต่ได้แค่แป๊บเดียวก็ถูกแจจุงแย่งไป

 

“กูจะทำให้” มันพูดหน้าเอาเรื่อง ก่อนเดินไปเสียบปลั๊กไดร์เป่าผมแล้วนั่งอ้าขารออยู่บนเตียง อย่าคิดลึกนะครับ มันจะให้ผมนั่งบนพื้นตรงหว่างขามันน่ะครับ

 

“มานั่งไวๆเลยมึง” มันสั่งอีก ผมเลยเดินไปกระแทกตูดนั่งบนพื้นตามที่มันสั่ง หึ อย่าให้กูสั่งมั่งนะมึง

 

ใช้เวลาเป่าผมแค่ไม่นานก็แห้งสนิท แต่เราสองคนก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ไม่มีใครพูดอะไร เงียบอยู่นานสองนาน จนมันคงทนไม่ไหวเลยเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

 

“เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ มึงยังไม่ตอบกูเลย”

 

“เรื่องไร” ผมถามกลับห้วนๆ ได้ยินเสียงไอ้ข้างหลังจิ๊ปากใส่

 

“ก็เรื่อง...จูบ” ไม่รู้ความอายมันเริ่มกลับมาแล้วหรือยังไง เพราะแจจุงมันพูดคำว่า “จูบ” เสียงแผ่วๆทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้

 

“อ้าว... กูยังไม่ได้ตอบเหรอ” ผมเอี้ยวตัวหันไปมองมัน ปั้นหน้าใสซื่อใส่ ไอ้แจจุงปากกระตุกเลยครับ ก่อนมือมันจะฟาดลงมาที่หัวผม

 

“โอ้ยยย!! ไอ้เหี้ย เจ็บ!!” ผมกุมหัวตัวเอง ห่า ตบมาเต็มแรงเลยนะมึง เดี๋ยวกูจูบคืนเลยนิ!

 

“กระตุ้นสมองมึงไง นึกออกยังว่าตอบกูมารึยัง” แจจุงเลิ่กคิ้วสูงใส่ผมที่ถูหัวตัวเองไปมา

 

“ยัง”

 

“ก็ตอบเด่ะ”

 

“ก็กู........” ผมลากเสียงยาว มองหน้ามัน หึ หน้าแม่งลุ้นมากอ่ะครับ

 

“กูลงโทษมึงไง เอ้... มึงนี่ จิ๊ๆๆๆ สมองไม่ดีป่ะเนี่ย กูว่ากูบอกมึงไปแล้วนะที่ห้องไอ้ฮยอนจุงอ่ะ” ผมลุกขึ้น ส่ายหน้าใส่มันประมาณว่า กูพูดแล้วนะ มึงน่ะแหละลืม กร๊ากกกกกกก แกล้งมันสนุกชะมัด ตอนนี้หน้ามันกริ้วมากอ่ะครับ มันลุกขึ้นจ้องผมตาเขม็ง โอ้ย น่ากลัวจ้า หึหึหึ

 

“ไอ้เชี่ยยุน!!”

 

“อะไรจ้ะ” ผมตอบเสียงหวาน พร้อมยิ้มหวานด้วยเอ้า!

 

“อย่ากวนตีนกูนะ!!” มันวีนแล้วครับ ปากบวมๆแดงๆเผยอออก อ้า... น่าจูบชะมัด

 

“กวนตีนอาร๊ายยยย กูเปล่าซะหน่อย ก็ตอบแล้วนี่ไง หรือมึงอยากให้กูตอบอย่างอื่น” ผมถามมันยิ้มๆ ไอ้แจจุงชะงักไปจากหน้าโกรธเป็นอึ้งๆอย่างทำไรไม่ถูก

 

“ป่ะ..เปล่า” มันก้มหน้า แต่ยังไงก็ปิดแก้มแดงๆไม่มิดหรอกครับ

 

“งั้นกูขอถามบ้างดิ”

 

“ไร” มันตอบห้วนๆ มองค้อนใส่ผมเบาๆ ก่อนเมินหน้าไปทางอื่น

 

“ทำไมมึงต้องโกรธกูเรื่องอาราด้วย” เหมือนไปจี้ใจมันล่ะครับ มันหันมามองหน้าผม ปากแดงๆอ้าค้างอย่างคนพูดไม่ออก

 

“กู... ก็.. กูโกรธอ่ะ! ก็..ก็กูนึกว่ามึงมีแฟนแล้วไม่บอกกู!”

 

“แล้วทำไมต้องหนีกูด้วย” ผมถามอีก ไอ้แจจุงกระพริบตาถี่ๆ เม้มปากแน่น กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

 

“ก็..ก็..ไม่อยากเห็นหน้ามึง เพราะกูโกรธไง” แจจุงตอบแบบข้างๆคูๆ ผมหัวเราะเบาๆ มันเลยตวัดตามองผม

 

“ขำเหี้ยไร ไอ้สัด” มันว่า ผมยักไหล่

 

“ขำคนแถ”

 

“ใครแถ มึงน่ะแหละแถ แม่ง” มันพูด หน้างอมากตอนนี้

 

“โอเค... กูบอกก็ได้ ว่าทำไมถึงจูบมึง” ผมพูด ก่อนขยับเข้าไปหามัน ยกมือขึ้นวางบนเอวมัน แม่ง เอวเล็กชิบหาย ผู้ชายไรวะ พอวางแล้วก็อดลูบๆไม่ได้ หื่นแล้วกู หึหึ ก็ดูมันทำหน้าดิ มันเงยหน้ามองผมเพราะผมสูงกว่ามัน ตากลมๆแม่งอ้อนชิบหาย ปากแดงๆนั่นก็เผยอออกอีก ถึงจะไม่ได้ปากเจ่อเซ็กซี่อย่าง อั้ม พัชราภา แต่ผมบอกได้เลยว่าริมฝีปากนี่แหละน่าจูบที่สุด

 

“ก็ปากมึงน่าจูบ กูก็เลยจูบ”

 

ผมแทบจะขำออกมาเมื่อคิ้วเข้มได้รูปของมันขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยิน แล้วโดยไม่ทันตั้งใจ ไอ้แจจุงแม่งอ้าปากงับลงมาที่หัวนมผม!!

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!”

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า ไอ้เลว แกล้งกูอยู่ได้!!!” ไอ้ตัวดีหัวเราะ หน้ามันสะใจมากครับ คือแม่งกัดลงมาเต็มๆ ฟันแม่งก็คมมาก ตอนนี้รอบหัวนมผมเป็นรอยฟันมันอ่ะ โอ้ยยย เจ็บบบบบบบ

 

“ไอ้สาด กูเจ็บนะ!” ผมโวยวาย ไอ้แจจุงยักไหล่ใส่ผม

 

“ก็กัดให้เจ็บไง สัด กวนตีน ถอยไปเลย กูนอนละแม่ง” ไอ้แจจุงว่าก่อนผลักไหล่ให้ผมถอย ผมมองร่างขาวๆที่ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มตัวเองไปมือก็ถูนมไปด้วย สาด คิดว่ากัดนมกูแล้วจะจบเหรอ

 

ผมเดินออกไปนอกห้อง จัดการล็อคประตูทางเข้าปิดฟืนปิดไฟให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้ามาปิดประตูปิดไฟห้องนอนตัวเองแล้วตรงไปที่เตียงไอ้แจจุง สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับมัน เกี่ยวเอวมันมากอดโดยที่มันนอนหันหลังให้

 

“ไอ้เชี่ยยุนไปนอนเตียงมึงเลย” มันว่า ไม่ดิ้นหรืออะไรหรอกครับ ผมกับมันนอนด้วยกันบ่อย

 

“.................” ผมไม่ตอบ แต่กลับฝังจมูกลงที่ซอกคอมัน แล้วอ้าปากงับคอมัน เอาคืนที่เมื่อกี้กัดนมผม

 

“โอะ..โอยย ไอ้ยุน!” ไอ้แจจุงร้องเสียงไม่ดังเท่าไหร่ ผมไม่กัดอย่างที่มันทำ แต่ดูดเนื้อหอมๆที่ต้นคอมันแทน คิดว่าพรุ่งนี้ตื่นมาคงเป็นรอยจ้ำๆ หึหึ

 

“นอนซะ” ผมกระซิบบอกข้างใบหูขาวๆ ไอ้แจจุงฮึดฮัดแต่ก็ไม่ได้ว่าไร มันแค่ยกมือขึ้นลูบต้นคอที่โดนดูด ผมเลยจัดการเอามือมันออกแล้วใช้ปากจูบไปเบาๆแทน

 

“แจจุง......” ผมเรียกชื่อมันเสียงเบาๆ แต่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม “ฝันดีนะ”

 

ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร เราปล่อยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างที่ไม่คิดจะปิดบังมันเหมือนเคย...

 

 

 

 

TO BE CON

เร็วมากจนน่าตกใจจริงๆ... แต่ตอนนี้แต่งแล้วมีฟามสุขอ่า 555555 อ่านโมเมนท์ยุนมั่งเนอะ ออกจะประสาทเล็กๆกับบทของผู้ชายคนนี้ 5555555555 แต่งเองยังรู้สึกเองเลยว่า อะไรของมึงเนี่ย 55555

 

ตอนนี้เป็น 8.5 เหมือนกับสเปเชี่ยลเล็กๆให้คนอ่านก่อนเราจะไปตจว. ซึ่งไปเกือบๆ 2 อาทิตย์คิดว่าคงไม่ได้แต่งแน่ๆเลย แต่ถ้ามีโอกาสและเวลาก็จะแต่งนะคะ ไม่อยากค้างนาน เพราะพอค้างนานมันก็จะนานไปเลย กร๊ากกก เป็นไรที่แก้ไม่หายจริงๆ

 

หวังว่าตอนนี้จะแอบหวานๆ(เหรอ) ถูกใจคนอ่านน้า >_____< ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และกำลังใจค่ะ ^_____^

[Fic] Love Actually! 08

posted on 01 May 2012 00:30 by jifutsu  in LoveActually

8. หนี

 

 

 

ผมไม่คิดว่าการหลบหน้า หนีความจริง คือทางเลือกที่ดีนัก... แต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของผมในเวลานี้ ผมหอบเสื้อผ้าไม่กี่ชุดออกมาจากคอนโด ขับรถที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ไปหาฮยอนจุงที่คอนโดมัน ตอนแรกว่าจะไปหลบอยู่กับเพื่อนสักคนแต่ไอ้ยุนมันรู้หมดว่าเพื่อนผมอยู่หอไหน มันต้องไปตามแน่ๆ เลยไปหาไอ้ฮยอนจุงดีกว่า ปลอดภัย... เพราะตอนนี้ผมยังไม่อยากเจอหน้ามัน

 

แต่ยังไม่ทันถึงที่หมายเลยครับ มือถือผมก็ดัง หน้าจอขึ้นชื่อไอ้ยุน... แม่ง จะโทรมาทำไมวะ! ผมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ปล่อยให้มือถือดังไปแบบนั้น เท้าเหยียบคันเร่งเพื่อให้ถึงที่หมายเร็วขึ้น

 

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคอนโดฮยอนจุง มันลงมารับผมด้วยสภาพเพิ่งตื่นนอน ขนาดกูบอกแล้วนะว่าอีกแป๊บนึงจะมามันก็ยังใช้เวลาอันน้อยนิดงีบจนได้ให้ตายสิ

 

“พี่แน่ใจนะว่าพี่ยุนโฮจะไม่มาอาละวาดผมอ่ะ” ฮยอนจุงถามขณะที่อยู่ในลิฟต์

 

“เออ มันรู้จักคอนโดมึงซะที่ไหนล่ะ” ผมบอก มันเลยทำหน้าสบายใจขึ้นมานิดหน่อย ฮยอนจุงมันกลัวไอ้ยุนมากครับ ยุนโฮมันชอบตีหน้าโหดใส่เพราะฮยอนจุงเป็นน้องพี่ดองวุค อืม...จะว่าไปถ้ามันรู้ว่าผมหนีมาที่นี่ ชิบหายแน่ครับ มันไม่ใช่แค่ห้องฮยอนจุงน่ะสิ พี่ดองวุคก็อยู่ด้วย... แต่ช่างแม่งเหอะ เสือกเอาผู้หญิงมานอนเตียงกูทำไม

 

ผมพยายามปัดเรื่องยุนโฮออกไปจากหัว แต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกินครับ มือถือผมดังแทบจะตลอดเวลา ทั้งไอ้ยุน ทั้งยูชอน แล้วไหนจะเพื่อนๆผมอีก กระหน่ำโทรมากันสุดๆ ผมเลือกที่จะโทรกลับไปหาโบอา ทันทีที่ได้ยินเสียงผมมันก็แว๊ดใส่ทันที มันคิดว่าผมเป็นอะไรไปซะอีก ไอ้ยุนมาหามันถึงหอ ตามหาผมกับเพื่อนทุกคนที่มันรู้จัก ตอนนี้ทุกคนจึงเป็นห่วงผมมาก ฟังแล้วก็รู้สึกผิดครับ ผมเลยเล่าให้โบอาฟัง มันเงียบไปนิดหน่อย คงนึกคำปลอบใจผมอยู่

 

“ใจเย็นๆนะมึง กูไม่อยากให้มึงคิดไปเองนะ”

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง ถามมันเหรอ”

“มึงทำได้มั้ยล่ะ”

“ไม่”

“นั่นไง”

“โบอา...ที่กูเห็นมันก็ชัดเจนพอแล้วนะเว้ย!”

“แต่มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้นี่! แจจุง... คนที่รู้จักยุนโฮดีที่สุดคือมึงนะเว้ย มึงน่าจะรู้ว่ามันแคร์มึงแค่ไหนนะ”

“......”

“มึงควรคุยกับมัน ไม่ใช่หนีมาแบบนี้”

“แล้วถ้ามันเป็นอย่างที่กูคิดล่ะ”

“มึงก็บอกมันไปว่ามึงไม่ชอบที่มันทำแบบนั้น ถ้าจะคบกับผู้หญิงคนนั้นก็คบไป แต่อย่าพามาทำแบบนั้น แค่นี้เอง”

“ถ้ามันทำง่ายอย่างที่พูดก็ดีดิวะ”

“เฮ้อ......แล้วมึงจะทำไง หลบหน้ามันแบบนี้น่ะเหรอ”

“...............”

“มันไม่ใช่ทางแก้ปัญหานะ”

“เออ กูรู้... แต่ตอนนี้กูยังไม่อยากเจอมัน ยังไม่อยากคุย กูไม่อยากร้องไห้”

“......” ถึงตรงนี้เป็นโบอาที่เงียบไป อาจจะเป็นเพราะเสียงสั่นๆของผมก็ได้

“กูขอเวลาทำใจ ไม่นานหรอก ตอนนี้กูขอร้องมึง อย่าบอกมันว่ากูอยู่นี่”

“อืม โอเค”

“ขอบใจนะ โบอา”

“ไม่ต้องขอบใจหรอก กูไม่ได้ทำไรเลย”

“ทำดิ รับฟังกูนี่ไง ขอบใจนะ”

“สาด เรื่องแค่นี้เอง มึงเพื่อนกูนะ ถ้ามีไรก็โทรมาหากูละกัน เข้าใจป่าว”

“เออ เดี๋ยวกูโทรหา กูวางก่อนนะ”

“เออๆ บายเว้ย”

“บาย”

 

คุยกับโบอาเสร็จผมก็เป็นอันต้องถอนหายใจแรงๆ ป่านนี้ไอ้ยุนจะเลิกตามหาผมรึยังนะ?

 

ตึ๊ง!

เสียงข้อความเข้า ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง ข้อความจากไอ้ยุนเยอะมากครับ พอๆกับมิสคอลมันน่ะแหละ แต่ผมยังไม่ได้กดดูสักอัน

 

มึงอยู่ไหน

ทำไมไม่รับโทรศัพท์กู

แจจุง

รับโทรศัพท์กูด้วย

มึงเป็นไรวะ แจจุง

ไอ้เหี้ย มึงรับโทรศัพท์กูได้มั้ย

แจจุง มึงเป็นเหี้ยไร มึงอยู่ได้ของมึง

โอ้ย กูจะบ้าแล้วนะ

แจจุง

โกรธอะไร

อย่าให้กูเป็นบ้า

กูเป็นห่วงมึงนะรู้มั้ย

มึงอยู่ไหน

 

สารพัดคำพูดที่มันจะพิมพ์ ผมอ่านมันแล้วก็ร้องไห้ออกมา ผมไม่อยากเป็นแบบนี้ ผมไม่อยากรักมันแบบนี้ ผมไม่อยากให้มันต้องมาเป็นห่วงแบบนี้ ผมรู้ว่ามันรักผมมาก เป็นห่วงผมมาก แต่แค่ในฐานะเพื่อน ผมไม่มีสิทธิ์จะโกรธมันด้วยซ้ำที่มันพาผู้หญิงมาที่ห้อง จะทำอะไรมันก็เรื่องของมัน มันไม่ผิดด้วยซ้ำ ผมเองที่เห็นแก่ตัว ผมไม่อยากให้มันรักคนอื่น ผมเห็นแก่ตัวที่หนีมาแล้วทำให้มันต้องมาเป็นห่วงแบบนี้

 

“ฮึก...ฮือ...”

 

แต่ผมก็...เลิกรักมันไม่ได้...

 

คืนนั้นผมหาทางดึงให้ตัวเองหลุดจากทุกสิ่งด้วย...เหล้า... ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่ทำแบบนี้ พรุ่งนี้ผมมีเรียน แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ไอ้ฮยอนจุงพยายามห้ามผมแต่ก็ไม่สำเร็จมันเลยได้แค่นั่งมองผมอย่างห่วงๆ(บวกดื่มเป็นเพื่อน) จนกระทั่งพี่ดองวุคกลับมา เขาดึงเหล้าออกจากมือผม แม้ตอนนั้นสมองผมจะเบลอ สายตาพร่ามัว แต่ผมก็เห็นว่าพี่เขามีสีหน้าที่โกรธขนาดไหน พี่ดองวุคกับฮยอนจุงลากผมที่ไร้เรี่ยวแรงเข้าไปในห้องนอน ตอนนั้นสติผมไม่มีแล้วครับ ไม่รู้ตัวเองพูดพล่ามอะไรออกไปบ้าง รู้แค่ว่า...น้ำตามันไหล ภาพเพื่อนรักไหลเวียนไปมา ถึงผมพยายามกินเหล้าเพื่อให้มันหลุดออกไปจากสมองผม ความคิดผม แต่...ผมก็ไม่สามารถทำให้มันออกไปจากหัวใจผมได้เลยจริงๆ... (สรุปเมาไปไม่มีประโยชน์เลย)

 

ผมรู้สึกตัวอีกทีบ่ายสามโมงของอีกวัน พร้อมกับอาการปวดหัว เมื่อคืนผมดื่มไปไม่น้อยเลย...

นี่สินะ... ที่เขาเรียกกัน... “ดื่มเพื่อลืมเธอ” ไม่เห็นมันจะลืมเลย ขนาดตอนเมาผมยังรู้เลยว่าผมคิดถึงแต่เรื่องมันตลอด เหล้าแค่ช่วยให้สติไม่อยู่กับตัวแค่นั้นเอง...

 

ฮยอนจุงไม่อยู่ ออกไปเรียน มันทิ้งช็อตโน้ตสั้นๆไว้ให้ผมหาไรกินได้ตามสบาย มีไรให้โทรหาได้เลย แต่ห้ามกินเหล้าเด็ดขาด ฮาๆ กูแดกไม่ลงแล้วโว้ย ปวดหัวชะมัด ขออาบน้ำให้มันสดชื่นขึ้นมาหน่อยละกัน...

 

ผมใช้เวลาอาบน้ำนานพอควร ตอนแรกว่าจะอาบฝักบัวธรรมดา แต่เห็นอ่างอาบน้ำแล้วก็ขอแช่หน่อยละกัน แช่น้ำพร้อมกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนไปๆมาๆตัวจะเปื่อยตามก็เลยต้องขึ้น... พอแต่งตัวเสร็จออกมาหาขอกินที่ครัวก็เจอพี่ดองวุคในชุดผ้ากันเปื้อน พี่เขากำลังทำกับข้าวอยู่พอเงยหน้ามาเห็นผมก็ยิ้มอ่อนโยนให้อย่างทุกครั้ง

 

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ หิวมั้ยครับ”

“หิวมากกก พี่ดองวุคทำอะไรอ่ะครับ หอมจัง”

“ข้าวผัดกุ้งครับ แจจุงนั่งรอเลย จะเสร็จแล้ว”

“ของผมเหรอ?” ผมถาม คือผมคิดว่าพี่เขาทำกินเอง

“ใช่ครับ”

“โหย คราวหลังไม่ต้องลำบากก็ได้นะครับ ผมหากินเองก็ได้”

“ลำบากที่ไหนกันล่ะ แค่นี้เอง ที่สำคัญ พี่เต็มใจครับ” พี่ดองวุคสบตาผมพร้อมยิ้มให้ ผมซึ่งพอจะรู้ความหมายจากคำพูดและสายตาจึงเลือกจะไม่ต่อปากต่อคำ นั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเงียบๆจะดีกว่า เดี๋ยวพูดไม่ดีก็ทำร้ายจิตใจ พูดดีก็จะกลายเป็นให้ความหวัง เงียบดีที่สุดครับ

 

ไม่นานเกินรอ ข้าวผัดกุ้งหอมๆน่ากินก็ถูกนำมาวางตรงหน้า น่ากินมากจริงๆครับ ผมแอบรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยด้วยที่มีคนมาทำให้กินแบบนี้ ปกติอยู่กับไอ้พวกนั้นเป็นผมที่ลงมือทำตลอด มีคนทำให้กินก็ดีเหมือนกันนะ

“แล้วพี่ไม่กินเหรอครับ” ผมถาม เมื่อเห็นว่าพี่ดองวุคตักให้ผมจานเดียวไม่มีของตัวเอง

“ไม่ล่ะครับ พี่เพิ่งกินมากับเพื่อน แจจุงกินเถอะ” พี่ดองวุคบอกแบบนั้นแต่กลับลากเก้าอี้นั่งตรงข้ามผม

“แต่พี่ขอนั่งเป็นเพื่อนนะครับ” พี่ดองวุคพูดขึ้นอีก เพราะเห็นผมทำหน้างงๆ ว่าพี่จะนั่งทำไม

“อ่า...ได้สิครับ” นี่บ้านพี่นิครับ คิดในใจครับ ไม่ได้พูด ฮ่าๆ

 

ผมนั่งกินข้าวไปคุยกับพี่ดองวุคไป ช่วยได้เยอะครับ ถ้านั่งกินคนเดียวคงคิดฟุ้งซ่านอีกแน่ๆ พี่ดองวุคเองก็ไม่ถามผมสักคำว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะขอบคุณพี่เขามากแต่ก็อยากขอโทษด้วยเหมือนกัน ยิ่งพี่เขาดีกับผมแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดที่หักอกเขา... ถ้าผมเลือกที่จะรักใครได้โดยใช้สมองตัดสิน... ก็คงจะดี...

 

“เดี๋ยวพี่จะไปที่คณะ วันนี้เค้านัดน้องปีหนึ่งมาคุยเรื่องเชียร์ ฮยอนจุงน่าจะกลับช้าหน่อยนะ รายนั้นต้องคุยเรื่องดาวเดือนด้วย แจจุงไปด้วยกันมั้ยครับ” พี่ดองวุคถาม ผมคิดนิดนึงแล้วส่ายหน้าไปมา

“ไม่ดีกว่าครับ ผมยังแฮงค์ๆอยู่เลย” อันที่จริงมันก็ไม่แฮงค์แล้วล่ะ แล้วผมก็อยากไปด้วย แต่ผมกลัวเจอไอ้ยุน...

“โอเคครับ อืมม...แจจุงอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวตอนกลับพี่แวะซื้อมาให้”

“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณพี่ดองวุคมากนะครับ” ผมบอกพร้อมยิ้มขอบคุณ พี่ดองวุคพยักหน้าก่อนออกไปพร้อมยิ้มอบอุ่นเช่นเดิม

 

ผมล้างถ้วยล้างจานให้เรียบร้อยก็เดินกลับเข้ามาในห้องฮยอนจุง หยิบมือถือที่วางแน่นิ่งอยู่บนเตียงขึ้นมาดู ...แบตหมด เฮ้อ เปิดหาที่ชาร์จในกระเป๋า ปรากฎว่าลืมเอามาอีก ดีจริงเว้ย ผมโยนมันลงบนเตียงตามเดิม...ก่อนจะทิ้งตัวเองลงตามไปด้วย

 

มึงทำอะไรอยู่นะยุนโฮ?

นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายก็เข้าสู่ภวังค์อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจจะหลับนะครับ แต่เหม่อๆอยู่ดีๆหลับไปตอนไหนไม่รู้... มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนสองทุ่ม แม่ง มึนหัวชิบหาย.. ผมนอนนิ่งกุมหัวตัวเองอยู่บนเตียงจนกระทั่งประตูห้องนอนเปิดออก เป็นไอ้เจ้าของห้องล่ะครับ ผมหันมามองมันที่เปิดประตูแล้วมองหน้าผมแล้วไม่พูดอะไร เอาแต่มอง สีหน้าค่อยข้างกระอักกระอ่วน ผมดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ขมวดคิ้วมองมันพร้อมกับถามเสียงแหบแห้ง (เพิ่งตื่น)

 

“เป็นไรวะ ทำหน้าเหมือนจะโดนฆ่างั้นล่ะ”

 

มันไม่ตอบ แต่ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนปรากฎขึ้นแทน... ซึ่งเป็นคำตอบได้อย่างดี... ผมหันไปถามไอ้ฮยอนจุงเสียงห้วนจนมันต้องเบ้ปากเหมือนอยากจะร้องไห้

 

“มึงพามาทำไม”

 

“กูบอกให้มันมาเอง”

 

........เงียบ.........

 

ยุนโฮตอบออกมาแทน ตามันจ้องที่ผมไม่กระพริบ จนผมเองต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี แต่พอได้ยินประโยคที่ไอ้ยุนพูดกับรุ่นน้องผู้น่าสงสารของผมแล้วก็เป็นอันต้องหันควับอย่างตกใจ

 

“ฮยอนจุง...มึงออกไปก่อน”

 

“ไม่! ไม่ต้องไป!!” ผมรีบรั้งเอาไว้ ไอ้ฮยอนจุงมองผมสลับกับมองหน้าไอ้ยุน สุดท้ายมันก็ต้องหันมาหาผมแล้วยกมือไหว้ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว ผมแม่งก็ตาเหลือกเลยสิครับ รีบลุกขึ้นจากเตียงหมายจะออกไปนอกห้อง แต่ก็ไม่ทันไอ้ยุนที่เดินเข้ามาพร้อมล็อคประตูเสร็จสรรพ!

 

“ถอยไป กูจะออก” ผมปั้นหน้านิ่งบอกมันที่ยืนขวางประตูไว้ มันกระตุกยิ้มมุมปากนิดนึงก่อนตอบเสียงเบาแต่โคตรเอาจริง

“หึ...มึงได้ออกแน่... แต่ต้องหลังจากเคลียร์กับกู” ยุนโฮจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง ในใจผมตอนนี้เต้นตุบๆจนแทบกระดอนออกมาข้างนอกอยู่แล้ว ตายแน่กู...แต่ก็ยังทำนิ่ง ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย...

“เคลียร์ไร”

“มึงเป็นอะไร” ไอ้ยุนแม่งถามสวนกลับอย่างไว ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนไหวไหล่เบาๆ

“เปล่า”

“อย่ามาตอบว่าเปล่า...มึงเป็นอะไร แจจุง...พูดมา” มันยังถามย้ำ จ้องตาผมเขม็ง

“กูจะตอบ ...เปล่า... ถอยไปได้แล้ว กูจะออกไปข้างนอก”

“แจจุง” ไอ้ยุนเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่ต่ำมาก เป็นการบอกให้ผมพูดออกมาว่าเป็นไร แต่เรื่องดิ..กูไม่พูดโว้ย

“ถอย”

“ไม่”

“โอ้ย!! ไอ้เชี่ยนี่!” ผมขึ้นเสียงใส่มันพร้อมยกมือผลักหน้าอกมันไม่แรงเท่าไหร่ “จะเอาไงกับกูวะ!”

“กูควรจะเป็นฝ่ายถามมึงมากกว่ามั้ยแจจุง! มึงหายไปทั้งคืน ไม่รับโทรศัพท์กู ไม่ติดต่อกลับมา กูห่วงมึงจนแทบบ้า! พอเจอหน้ายังมาทำแบบนี้ใส่กูอีก มึงน่ะแหละจะเอายังไงวะ! ไม่พูดแล้วกูจะรู้มั้ยว่ามึงเป็นอะไร โกรธอะไรกู ห๊ะ!” ไอ้ยุนสวนกลับใส่ ดวงตาเรียวมองผมอย่างไม่เข้าใจ หึ...ใช่สิ...มึงจะเข้าใจอะไรล่ะ

“เพราะกูไม่พูดไง มึงเลยไม่เคยรู้อะไรเลย มึงมันโง่! มึงไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจเลยว่ากูรู้สึกยังไง!! ไอ้เหี้ย! กูไม่อยากเห็นหน้ามึงแล้ว ถอยไปเลยนะ เชิญมึงไม่รู้อะไรต่อไปน่ะแหละ! ไอ้..อะ! อือ!!” เสียงด่าผมขาดหายไปกลายเป็นเสียงอู้อี้แทนเมื่อถูกไอ้เพื่อนเวรประกบปากลงมา นาทีแรกผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่ในนาทีต่อมาก็ดิ้นสุดแรงพยายามเอามือดันแผงอกเป็นมัดของมันให้ออกห่าง แต่ก็ไม่ได้ผล ไอ้ยุนจับแขนผมไว้แน่น อีกมือก็กดท้ายทอยผมไม่ให้ขยับหนีไปไหน

“อ่อยอู!!! ไอเอี้ยยยย!!! ไออุนนนนนน!!!!” ผมดิ้นๆๆพยายามแหกปากในลำคอ แน่นอนครับว่ามันไม่ได้เป็นการจูบที่สวยงามอย่างในละครในหนัง มันไร้ซึ่งความวาบหวิวใดๆทั้งสิ้นเพราะผมเม้มปากแน่นไม่ยอมให้สิ่งใดได้ล่วงล้ำเข้ามา ตาผมก็เบิกกว้างจ้องหน้ามันที่หลับตาแน่นคิ้วขมวด จนสุดท้ายมันก็ผละริมฝีปากออกแต่กลับพลิกให้ตัวผมพิงกับบานประตูห้องไอ้ฮยอนจุงแทน ส่วนมันใช้แขนสองข้างกั้นเอาไว้ไม่ให้ผมขยับหนีไปไหน...

 

ดวงตาเรียวคู่นั้นจ้องผมนิ่ง ใบหน้าหล่อที่ใครๆก็ชอบขยับเข้ามาใกล้จนผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ไอ้ยุนมองผมอยู่นานเกือบนาทีก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“ไหนลองบอกกูหน่อยสิว่ากูไม่รู้อะไร...” มันถาม ใบหน้าเราสองคนยังคงอยู่ใกล้กันเหมือนเดิม ผมสบตามันได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องหลุบหนี เม้มปากเข้าหากัน

“กูโง่... กูไม่รู้... มึงก็ต้องเป็นคนบอกกู อะไรที่กูไม่รู้...แจจุง” มันพูดเสียงเบามากจนแทบจะเป็นกระซิบ ใบหน้ามันขยับเข้าใกล้กว่าเดิม ตัวใหญ่ๆของมันก็เหมือนกัน ไอ้ยุนขยับตัวเองเข้าแนบชิดกับร่างกายผม ผมรู้สึกว่าปลายจมูกมันตอนนี้คลอเคลียอยู่ที่แก้มผม

 

“บอกสิแจจุง...ว่ามึงรู้สึกยังไงกับกู”

 

ผมมองตามัน แววตาที่สะท้อนแค่ผมในเวลานี้... ผมควรพูดออกไปมั้ย... ควรบอกมั้ยว่า... ผมรักมัน...

 

...กูรักมึง...

 

“ถ้ามึงไม่พูด... กูจะลงโทษมึง”

 

ริมฝีปากล่างของผมถูกดูดเม้มเบาๆราวกับหยอกล้อให้ผมเตรียมใจ ก่อนที่จะถูกประกบแนบแน่น ปลายลิ้นถูกตวัดเกี่ยวพันไม่ให้หลบหลีกไปไหน ยุนโฮบดเบียดจูบหนักๆใส่ผมราวกับว่านี่คือการลงโทษที่จะทำให้ผมเจ็บ...

 

แต่มันก็ทำสำเร็จนะ...

 

ผมเจ็บ...

 

เจ็บที่หัวใจ...

 

จนน้ำใสๆไหลออกมาจากหางตาตัวเองโดยไม่รู้ตัว...

 

“ร้องไห้ทำไม” ยุนโฮถาม น้ำเสียงห่วงใยพอๆกับแววตาและการกระทำ มันใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออกให้ผม

“จูบกูทำไม” ผมถามกลับแทนคำตอบ มันหัวเราะหึหึในลำคอ แม่งอยากบีบคอซะจริง ทำอะไรรู้ตัวบ้างมั้ย

“ก็บอกแล้วไงว่าจะลงโทษ” มันตอบเหมือนกับว่ามันคือการลงโทษจริงๆ ผมเงยหน้า จ้องตามัน ใบหน้ามันตอนนี้ยังคงห่างกับผมไม่ถึงไม่ถึงสิบเซน

“เพื่อนกันเค้าไม่ลงโทษกันแบบนี้หรอก”

“..................”

“การลงโทษแบบนี้มึงควรเอาไว้ใช้กับโกอารา ...ไม่ใช่กู” ผมผลักอกมันให้ออกห่าง หันหลังแล้วคว้าลูกบิดเพื่อออกไปจากห้อง แต่ทว่าก็โดนมือใหญ่ดันบานประตูเอาไว้ ผมสูดหายใจลึกๆ หันไปเผชิญหน้ากับมันอีกรอบ

“อาราเกี่ยวอะไร”

“มึงมีแฟน แล้วไม่บอกกู... กูเคือง แต่ก็ยังพอรับได้...”

“แฟน?”

“มึงพาแฟนมาที่ห้อง โดยไม่ถามกูก่อน... กูโกรธ... แต่ก็ยังรับได้อยู่..”

“ห๊ะ?”

“แต่การที่มึงเอากับแฟนมึง...บนเตียงกู... กูรับไม่ได้”

“เตียงมึง!?”

 

.

 

.

 

.

 

 

ผมถูกไอ้ยุนพาออกมาจากคอนโดฮยอนจุงโดยที่มันไม่พูดหรืออธิบายอะไรสักนิด บอกแค่ให้ผมมากับมัน ไม่ต้องถามไม่ต้องพูด... ซึ่งตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วครับ เหนื่อย...

 

ยุนโฮขับรถมาจอดที่หน้าหอพักที่ผมจำได้อย่างดี หอของโกอารา ผมหันมามองหน้ามัน แต่มันไม่ได้มองผม มันกดมือถือก่อนจะเอาแนบหู แป๊บเดียวปลายสายก็กดรับ

 

“อาราเหรอครับ ลงมาหาพี่ข้างล่างหอหน่อยสิ ครับ ตอนนี้เลย อืม ลากมันลงมาด้วย ครับ”

 

“มึงจะทำอะไร” ผมถามทันทีที่มันวางสาย ยุนโฮหันมามองหน้าผม ยิ้มมุมปากนิดๆ เห็นแล้วอยากฉีกปากมันซะจริง

 

“แนะนำให้มึงรู้จักไง”

 

.

 

.

 

.

 

ผมรู้สึกเหมือนตัวเองบ้า โง่ ประสาท สารพัดอย่างที่คนงี่เง่าคนนึงจะรู้สึกได้... สาวสวยตรงหน้าอยู่ในชุดเสื้อยืดสกรีนคำพูดสั้นๆว่า “แฟนหล่อ” กับกางเกงขาสั้นสบายๆ ยืนเคียงคู่กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งใส่เสื้อยืดสีขาวเหมือนกันต่างกันแค่ว่าของฝ่ายชายนั้นสกรีนว่า “แฟนสวย” ไม่ต้องพูด...ไม่ต้องคิด...ก็รู้คำตอบว่าคนสองคนนี้เป็นอะไรกัน คนนึงคือโกอารา อีกคนคือเพื่อนคณะเดียวกับไอ้ยุนมัน ชเว ซึงฮยอน

 

“ตกลงว่ามึงมาหาพวกกูทำไมวะไอ้ยุน นี่กูงงนะเนี่ย” ไม่งงได้ไงล่ะครับ โทรเรียกลงมา แล้วก็บอก โกอารา นี่แจจุงเพื่อนสนิทพี่นะ ส่วนนี่ โกอารา แฟนซึงฮยอน ...ใครจะไม่งงกับมันล่ะครับ (เว้นแต่ผมที่รู้ว่ามันทำทำไม)

 

“พาแจจุงมารู้จักแฟนมึง แค่นี้แหละ กูกลับละ” มันบอกเพื่อนมันแบบไม่ได้จะช่วยให้เค้าเข้าใจสักเท่าไหร่

 

“เชี่ยนี่ ประสาท แล้วนี่ไปเจอแจจุงที่ไหนวะ” ซึงฮยอนถาม ไอ้ยุนเหล่มองผม

 

“คอนโดรุ่นน้อง”

 

“อ่อ...เออ เจอก็ดี คืนนี้จะได้หลับให้สบาย แจจุงคราวหลังไปไหนรายงานไอ้เบื้อกนี่ด้วยนะ เมื่อคืนมันตามหานายทั้งคืนเลยรู้ป่าว

 

“อะ..อืมๆ” ผมพยักหน้าตอบเสียงเบา

 

“พูดมาก กูกลับละ พี่กลับนะอารา” ไอ้ยุนตัดบทสนทนาแล้วหันมาหาผม

 

“ป่ะ..กลับ” มันบอก แต่อาราเรียกเอาไว้ก่อน

 

“เดี๋ยวก่อนค่ะ...” ตากลมใสมองมาที่ผม มือเล็กเอื้อมมาจับมือผมเอาไว้ “พี่แจจุง...เมื่อวานขอโทษนะคะที่อารานอนบนเตียงพี่แจจุง พอดีชั้นแวะไปเอาหนังสือเรียนตอนปีหนึ่งของพี่ยุนโฮ แต่ระหว่างทางไปมันร้อนมากเลยรู้สึกหน้ามืดนิดหน่อย แฟนก็มัวแต่ซ้อมบาสไม่ว่างมารับ(พูดแล้วก็มีค้อนใส่คนข้างๆ) ชั้นเลยของีบที่ห้องพี่ แต่เตียงพี่ยุนโฮน่ะมีหนังสือกองเต็มไปหมด ชั้นเลยไปนอนเตียงพี่แจจุงแทน อย่าโกรธอารานะคะ”

 

โกอาราอธิบายละเอียดยิบเสียจนผมไม่รู้จะตอบอะไร ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ได้โกรธ พอเหลือบตามองไอ้ยุน แม่ง ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง พอหันมามองหน้าผมมีเลิ่กคิ้วใส่ เชี่ยนี่

 

“อย่าโกรธพี่ยุนโฮด้วยนะคะ”

 

.

 

.

 

.

 

“อือออออออออออออออออ ง่วงชะมัดดดดดดดด ฮ้าวววววว” ไอ้ยุนอ้าปากหาวขณะที่กำลังบิดตัวอยู่บนที่นอนมัน เรากลับมาถึงคอนโดโดยที่ไม่มีใครพูดไรอีกหลังจากแยกกับซึงฮยอนและอารา

 

อันที่จริง...สบตามันผมยังไม่กล้าเลยครับ... รู้สึกทำตัวไม่ถูก... เหมือนจะโล่งใจเรื่องโกอาราไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่เรื่องที่เกิดที่ห้องฮยอนจุงก็ยังรบกวนใจผมอยู่

 

เฮ้อ...

 

“กูอาบน้ำนะ” ผมบอกมันที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง มันครางอือเป็นคำตอบ ผมใช้เวลาอาบน้ำนานอีกแล้ว... พอมีเรื่องให้คิด ผมมักจะใช้เวลาอยู่ใต้สายน้ำนานกว่าปกติ ออกมาอีกทีไอ้ยุนก็หลับไปซะแล้ว

 

“ไอ้ยุน... ตื่น ไปอาบน้ำก่อน” ผมเขย่าตัวมัน แต่ก็ยังคงแน่นิ่งครับ

“ยุนโฮ ตื่นก่อน ไอ้ยุน เฮ้อ... มึงนี่” ผมถอนหายใจเบาๆก่อนนั่งลงบนเตียงมัน มองใบหน้าหล่อที่ดูโทรมๆ ไรหนวดขึ้นเขียวครึ้ม นึกถึงคำพูดของซึงฮยอน...

 

“อ่อ...เออ เจอก็ดี คืนนี้จะได้หลับให้สบาย แจจุงคราวหลังไปไหนรายงานไอ้เบื้อกนี่ด้วยนะ เมื่อคืนมันตามหามึงทั้งคืนเลยรู้ป่าว” 

 

เมื่อคืนมันคงเป็นห่วงผมมาก เข้าใจครับ กลับกันถ้าเป็นผมก็คงไม่ต่างกัน

 

“ขอโทษนะ” ผมกระซิบบอกคนที่หลับไม่รู้เรื่อง ยกมือขึ้นเกลี่ยผมมันเบาๆ...รู้สึกว่าขอบตาตัวเองร้อนๆ

 

และในที่สุดมันก็ไหลออกมา น้ำตาที่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันมาจากความรู้สึกไหน รู้สึกผิด รู้สึกดีใจ รู้สึกสับสน

 

ผมปาดน้ำตาทิ้ง... พอเถอะ เหนื่อยแล้ว อย่าคิดอะไรอีกเลยแจจุง ผมบอกกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นแต่ทว่าข้อมือผมก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน ผมสะดุ้งหันกลับไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง เปลือกตายังปิดอยู่เช่นเดิม แต่...มันไม่ได้หลับ...

 

“อย่าร้องไห้...” มันพูดเสียงเบา น่าแปลกที่คราวนี้มันไม่พูดว่า...ร้องไห้ทำไม...

 

“อย่าหนีกูไปแบบนี้อีก... อย่าคิดไปเอง... มีอะไรให้ถามกู เข้าใจมั้ย” มันพูดทั้งๆที่หลับตาอยู่แบบนั้น ผมสูดหายใจลึกๆ

 

“งั้นกูขอถาม... แค่เรื่องเดียว”

 

“..............”

 

“มึงจูบกูทำไม”

 

ไอ้ยุนเงียบ...เงียบนานมาก... ไม่ลืมตามองผม ไม่พูดอะไร

 

“ถ้าไม่มีเหตุผล ไม่คำตอบ... ไม่รู้ว่าทำทำไม... ทีหลังมึงอย่าทำและอย่าไปทำกับคนอื่น เพราะไม่ว่าใครเค้าก็จะต้อง ‘คิดไปเอง’ ทั้งนั้น...เข้าใจมั้ย” ผมบอกมันแล้วบิดข้อมือตัวเองออกจากมือใหญ่ๆของมัน แต่มันกลับไม่ยอมปล่อย ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรมันก็กระชากผมให้ล้มลงไปบนตัวมัน มืออีกข้างยกขึ้นกอดผมไว้ ก่อนจะลืมตามองหน้าผมที่อยู่ห่างเพียงแค่คืบ

 

“กูทำอะไรมีเหตุผลเสมอ”

“งั้นก็ตอบกูมาสิ จูบกูทำไม”

“เพราะ...กู...”

 

 

 

 

 

“เฮ้!!!!! พี่แจจุงกลับมาแล้วเหรอ!!!!!!”

 

 

 

 

TO BE CON

 

 

 

มาแล้วจ้า พาร์ทที่แล้วคนกริ้วพี่ยุนโฮกันทั้งนั้น ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะก่อดราม่าได้ (ปกติทำไม่สำเร็จ ไม่เคยแต่งดราม่าได้เลย 555) พาร์ทนี้จะถูกใจมั้ยก็มิรู้ 555555 แต่อย่างน้อยก็คงจะหายโกรธยุนกันแล้วชิมิชิมิ คู่ยุนแจดำเนินมาถึงตอนนี้ เริ่มเขยิบความสัมพันธ์ของการแอบรักเพื่อน เป็นเพื่อนเริ่มรู้? แล้ว 555555 อาจจะขัดใจคนอ่านิสนึงง ที่แบบ ... "แมร่ง!! มึงไม่พูดกันออกมาสักทีวะ ฝาดเอ้ย!!!" 555 นิสนึงเนอะ ลุ้นๆ (ลุ้นเชี่ยไร) 555555 

 

ก่อนไป ขอบคุณมากนะคะสำหรับคอมเมนท์ >_< ตอนหน้าจะพยายามมาให้เร็ว แต่ไม่รู้จะเร็วได้ขนาดนี้ (ตอนนี้เร็วอย่างน่าตกใจสำหรับเราละ 555) เดี๋ยวพฤหัสนี้จะไปภูเก็ต ไปเกือบ 2 อาทิตย์ได้ เลยมะฮู้ว่าจะเร็วได้ขนาดไหนนะก๊ะ >_< แต่อย่าเพิ่งทิ้งเราไปน้าาาา